ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ไขเคล็ดลับมือใหม่ปลูกแตงร้านอย่างไร? ให้ประสบความสำเร็จ “บิ๊กกรีนพลัส” ตอบโจทย์ตลาด ปลูกง่าย สร้างรายได้ไว

 


คุณนุวิชญ์สรณ์ สุวัฒนานุกิจ เกษตรกร อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ที่นอกจากจะปลูกแตงร้านได้ผลผลิตดีแล้ว ยังเป็นเจ้าของแนวคิด การปลูกแตงร้านหมุนเวียนกับบวบ เพื่อแก้ปัญหาการปลูกพืชซ้ำเดิมในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

แนวคิดนี้เริ่มต้นขึ้นจากการสังเกตว่า บวบ” พืชหลักที่ปลูกในพื้นที่เดิมมานานกว่า 6-7 ปี เริ่มแสดงอาการผิดปกติลำต้นไม่สมบูรณ์แข็งแรงเหมือนที่เคยปลูกในระยะแรก อีกทั้งปริมาณผลผลิตยังลดลง เดิมทีเข้าใจว่า เกิดจากเมล็ดพันธุ์ที่นำมาปลูกไม่ได้คุณภาพ แต่จากการปรึกษาผู้รู้หลายท่านลงความเห็นว่า ปัญหานี้เกิดจาก การปลูกพืชซ้ำในพื้นที่เดิมนานเกินไป ส่งผลให้พืชดูดธาตุอาหารชนิดเดิมไปใช้จนหมด เป็นเหตุให้เมื่อปลูกพืชเดิมในพื้นที่ไปนานๆ ทั้งปริมาณและคุณภาพผลผลิตจึงลดลง หนึ่งในแนวทางที่จะแก้ปัญหานี้ได้ คือ การหาพืชชนิดอื่นมาปลูกสลับหมุนเวียน โดยหลังจากวิเคราะห์ ความเป็นไปได้ 


คุณนุวิชญ์สรณ์ พบคำตอบว่า แตงร้าน คือ พืชอายุสั้นที่ตอบโจทย์ในการนำมาปลูกหมุนเวียนกับบวบในพื้นที่เดิมมากที่สุด เนื่องจาก 1.แตงร้านมีการดูแลและการจัดการไม่แตกต่างจากการปลูกบวบมากนัก จึงไม่ต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ตั้งแต่ต้น 2.การปลูกแตงร้าน สามารถใช้ค้างเดิมที่ปลูกบวบนำมาหมุนเวียนใช้ได้ จึงช่วยลดต้นทุนลงได้มาก


ระยะห่างระหว่างต้น 60-80 เซนติเมตร คือระยะที่เหมาะสมกับแตงร้านบิ๊กกรีนพลัส

สำหรับขั้นตอนการปลูกแตงร้านสลับกับการปลูกบวบนั้น คุณนุวิชญ์สรณ์ใช้วิธีจัดการโดยปลูกบวบ 1 รุ่น สลับกับการปลูกแตงร้าน 1 รุ่น หมุนเวียนไปเรื่อยๆ โดยหลังจากเก็บเกี่ยวบวบเสร็จเรียบร้อยแล้วจะต้องทำการปรับพื้นที่และบำรุงดินใหม่ด้วยการใส่ปุ๋ยรองพื้น โดยเน้นใช้ปุ๋ยชีวภาพเป็นหลัก เพราะนอกจากจะช่วยปรับสภาพดินให้ร่วนซุยขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มธาตุอาหารเสริมและธาตุอาหารรองให้แก่พืชปลูกได้ดีอีกด้วย หลังจากนั้นจึงวางระบบน้ำหยด ก่อนที่จะคลุมด้วยพลาสติกคลุมแปลงสีดำ เพื่อช่วยกักเก็บความชื้นในดินและลดปัญหาวัชพืชที่จะเกิดขึ้นในแปลงปลูก สำหรับการปลูกใช้วิธีการหยอดเมล็ด หลุมละ 2 เมล็ด ระยะห่างระหว่างต้น 60 - 80 เซนติเมตร ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสมที่ต้นแตงร้านพันธุ์บิ๊กกรีนพลัสจะเจริญเติบโตได้ดี ลำต้นใหญ่ แตกแขนงดี ลดปัญหาผลหลุดร่วง อีกทั้งยังทำให้การระบายอากาศดี จึงลดความเสี่ยงในการเกิดโรคลงได้มาก พื้นที่ 1 ไร่ จะใช้เมล็ดพันธุ์เฉลี่ย 1 กระป๋อง 



บิ๊กกรีนพลัส ผิวเขียวสวยในทุกฤดูกาล แม่ค้าในตลาดชอบ 

ทั้งนี้นอกจากการจัดการแปลงปลูกที่ดี และการบำรุงเสริมธาตุอาหารอย่างเพียงพอแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้
แตงร้านเจริญเติบโตดี ทนทานต่อโรคและแมลงได้มาก และให้ผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาด คือ การเลือกใช้เมล็ดพันธุ์ดี โดยการปลูกแตงร้านรุ่นที่ผ่านมา คุณนุวิชญ์สรณ์เลือกใช้แตงร้าน พันธุ์บิ๊กกรีนพลัส แตงร้านพันธุ์ดีจากเมล็ดพันธุ์ตราศรแดง เพราะมีลักษณะเด่นคือ สีผิวเป็นสีเขียวสวยในทุกฤดูกาล เนื้อหนา น้ำหนักดี 4-5 ผลต่อกก. ผลทรงกระบอก จัดใส่ลงถุงได้ง่าย จึงเป็นที่ต้องการของตลาด ต้นแข็งแรง แตกแขนงดีผลคอดน้อย รสชาติไม่ขม ให้ผลดก เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ไวเพียง 38-40 วัน หลังหยอดเมล็ด อีกทั้ง “พันธุ์บิ๊กกรีนพลัสยังสามารถทนต่อโรคใบหงิกและโรคราน้ำค้างได้อย่างดี จึงเหมาะกับทั้งเกษตรกรมือใหม่และเกษตรกรมืออาชีพ


สุดท้ายสำหรับเรื่องการลงทุนนั้น การปลูกแตงร้าน พื้นที่ 1 ไร่ลงทุนเฉลี่ย 10,000 บาท ปัจจุบันคุณนุวิชญ์สรณ์ ปลูกแตงร้านบนพื้นที่ทั้งหมด 1.5 ไร่ สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทุกวัน เฉลี่ย 600 – 700 กก. ซึ่งหากเกษตรกรดูแลแปลงปลูกดี แตงร้านเจริญเติบโตดีให้ผลผลิตมาก เก็บเกี่ยวผลผลิตเพียง 3-4 ครั้ง ก็สามารถคืนทุนได้แล้ว ดังนั้นสำหรับเกษตรกรท่านใดที่กำลังมองหาพืชตัวใหม่ที่ปลูกง่ายเสริมรายได้ไวหรือต้องการปลูกพืชหมุนเวียนคั่นเวลา แตงร้าน นับเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ น่าสนใจ เพราะหากเกษตรกร ปลูกอย่างตั้งใจ เลือกพันธุ์ดี บำรุงพื้นที่ดี แตงร้านก็จะเป็นพืชอายุสั้นที่เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทุกวัน สร้างรายรับให้ท่านได้ไม่ขาดมืออย่างแน่นอน

สนใจเมล็ดพันธุ์ “บิ๊กกรีนพลัส” ติดต่อได้ที่ 02-831-7711-14 หรือ Line : @sorndaengseed

 







 




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...