ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

งานวิจัยเปิดมุมมองใหม่ “อนาคตศึกษา” สู่การพัฒนาเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

 

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พร้อมด้วยนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาปรัชญา ประจำปี 2564 รองศาสตราจารย์ ดร.อภิวัฒน์ รัตนวราหะ จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดบ้านงานวิจัยและนวัตกรรม By NRCT (in House) : 1 ในนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติประจำปีงบประมาณ 2564 ครั้งที่ 4 เพื่อเชิดชูเกียรตินักวิจัยไทยที่มีผลงานโดดเด่น สร้างคุณูปการให้กับวงวิชาการและประเทศชาติ รวมทั้งเพื่อส่งเสริมการสร้างแรงจูงใจของประดิษฐ์และนักวิจัยต่อการพัฒนานวัตกรรมทางความคิด และภูมิปัญญาที่เป็นประโยชน์ สร้างความก้าวหน้าในศาสตร์แขนงต่างๆ


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้มอบรางวัลเพื่อเชิดชูเกียรตินักวิจัยไทยที่มีผลงานโดดเด่น ประจำปี 2564 จำนวน 7 ท่าน ใน 5 สาขา พร้อมการจัดกิจกรรมเปิดบ้าน NRCT TALK ครั้งที่ 1-3 เพื่อเปิดตัวและแนะนำนักวิจัยดีเด่น ไปแล้วได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์วิปร วิประกษิต สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศาตราจารย์ ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรม และศาสตราจารย์ ดร.เกศรา ณ บางช้าง สาขาวิทยาศาสตร์เคมี-เภสัช โดยครั้งนี้ วช. ได้มอบรางวัลให้กับ รองศาสตราจารย์ ดร. อภิวัฒน์ รัตนวราหะ แห่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาปรัชญาประจำปี 2564 ซึ่งเป็นนักวิจัยที่ได้อุทิศตนเพื่อศึกษาวิจัยด้านนโยบายสาธารณะที่เกี่ยวกับการพัฒนาเมืองทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ เช่น นโยบายและการบริหารจัดการที่ดิน ทั้งภาพรวมในระดับประเทศและระดับเมือง นโยบายการขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะการขนส่งนอกระบบทางการ อย่างต่อเนื่อง  ซึ่ง วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัย ให้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.อภิวัฒน์  รัตนวราหะ ศึกษาวิจัยโครงการปริทัศน์สถานภาพความรู้เศรษฐกิจที่ดินของประเทศไทย เมื่อปีงบประมาณ 2555 และโครงการนโยบายการพัฒนาโครงข่ายและการเชื่อมต่อในบริเวณสถานีรถไฟฟ้าเพื่อรองรับแนวคิดการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนในบริบทไทย เมื่อปีงบประมาณ 2557 รวมถึงยังได้จัดทำหนังสือผลงานวิชาการ เรื่อง “เศรษฐกิจที่ดินของประเทศไทย : ปริทัศน์สถานภาพความรู้” เมื่อปี 2558

รองศาสตราจารย์ ดร.อภิวัฒน์ รัตนวราหะ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รองศาสตราจารย์ ดร.อภิวัฒน์ รัตนวราหะ ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการทำงานวิจัยเกิดจากการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยตั้งคำถามว่าทำอย่างไรที่จะทำให้การดำรงชีวิตของคนเมืองดีขึ้น อาทิเช่น การเดินทาง “วิจัยพร้อมกับการใช้ชีวิตประจำวัน” ซึ่งงานวิจัยของตนเองสะท้อนความเป็นสหสาขาของงานวิจัยด้านการผังเมือง งานวิจัยจึงมีการผสมผสานกรอบแนวคิดจากหลายศาสตร์และเครื่องมือวิจัยรูปแบบต่างๆ เข้าด้วยกัน รวมทั้งได้นำผลการวิจัยไปขับเคลื่อนต่อเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางนโยบาย งานวิจัยที่ผ่านมาจึงไม่จำกัดอยู่เพียงงานที่มุ่งสร้างองค์ความรู้เชิงทฤษฎี แต่รวมไปถึงการศึกษาเชิงบริการวิชาการและการขับเคลื่อนทางสังคม เพื่อสนับสนุนและผลักดันการวางแผนนโยบาย และการออกมาตรการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับท้องถิ่น ประเทศ และนานาชาติ เกิดประโยชน์ในวงการวิจัยและวงการการวางแผนนโยบาย

ทีมงานวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“เราจำเป็นจะต้องมีการทำวิจัยที่มองเห็นอนาคตก่อนที่อนาคตมันจะมากระทบตัวเรา ซึ่งเมื่อก่อนเรามักให้มีปัญหาเกิดขึ้นก่อน แล้วเราถึงพยายามจะแก้ไขปัญหานั้น อย่างเช่น การมีแอปพลิเคชั่นต่างๆ ฉะนั้นในความเป็นจริงในเชิงงานวิจัยเราต้องเตรียมพร้อมไว้แล้วว่า ถ้าสิ่งนี้มันเกิดขึ้น เราจะเตรียมรับมืออย่างไรทั้งในเชิงกฎหมาย และในเชิงการปฏิบัติ ที่ผ่านมาเรามักจะวิจัยหรือว่าเตรียมแก้ไขปัญหากับสิ่งที่เราเห็นอยู่ข้างหน้า ทั้งๆ ที่เราอาจจะเตรียมคาดการไปได้ 5 ปี 10 ปีแล้วล่ะ ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้น แล้วเราจะต้องทำอย่างไร ถ้าไม่เกิดขึ้นก็ไม่เป็นไร เพราะว่าเราเตรียมไว้แล้ว แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริงเราก็พร้อมที่จะมีทางเลือกและจัดการอย่างไร ฉะนั้น จากมุมมองของผมในฐานะนักวิจัย มองว่าวิธีการหนึ่งในการลดช่องว่างระหว่างการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ อะไรต่างๆ กับนโยบายก็คืองานวิจัยที่จะมองภาพในอนาคต แล้วก็เปลี่ยนแปลงภาพอนาคตนั้นมาเป็น “ยุทธศาสตร์” ที่เราจะเตรียมความพร้อมรับมือไว้” รองศาสตราจารย์ ดร.อภิวัฒน์ รัตนวราหะ กล่าว


ทั้งนี้ พิธีมอบเหรียญรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ พร้อมประกาศเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติคุณ และเงินรางวัล กำหนดจัดขึ้นในงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2564 ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคมนี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา 













ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

ใบหมี่ พืชสมุนไพรเพื่อผมสวย

  ช่วงนี้พืชสมุนไพรไทยพาเหรดกั นเข้ามาชิงพื้นที่ข่าวกันอย่ างคึกคัก อย่าง ขิง กระชายขาว ฟ้าทะลายโจร ที่นำทีมป้องกันกับโรคระบาดโควิ ด-19 ที่นับวันจะกระจายเชื้อเพิ่มขึ้ นเรื่อยๆ ส่งผลให้ตลาดพืชสมุ นไพรในหมวดอาหารได้รับความนิ ยมเพิ่มขึ้นไปด้วย  นอกจากจากพืชสมุ นไพรหมวดอาหารแล้วพืชสมุนไพรด้ านสุขภาพและความงามก็ได้รั บความนิยมเพิ่มมากขึ้นเช่นเดี ยวกัน อย่าง ใบหมี่ พืชสมุนไพรพื้นบ้านที่นำมาผลิ ตเป็นแชมพู ครีมนวด เซรั่ม รวมถึงครีมบำรุงเส้นผม ด้วย นายไชยกร นิธิคณาวุฒิ ประธานกรรมการบริษัทจินดาสมุ นไพร จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ จากใบหมี่ ภายใต้แบรนด์ จินดาสมุนไพร กล่าวว่า จากกระแสพืชสมุนไพรที่ได้รั บความนิยมมากขึ้นในขณะนี้ ทำให้สมุนไพรเพื่อสุ ขภาพและความงามได้รับความนิ ยมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ที่ ช่วยดูแล บำรุง รักษา อย่างผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ช่ วงนี้ทุกคนต้องดูแลสุขภาพทั้ งภายนอกและภายในร่างกายให้ดี  กลับถึงบ้านต้องทำความสะอาดเส้ นผม การเลือกผลิตภัณฑ์จากพืชพันธุ์ ธรรมชาติก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ ผู้บริโภคให้ความสำคัญเป็นพิ เศษ ต้นหมี่ จินดาสมุนไพร เป็นผลิตภัณฑ์เ...