ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

“วิ่งหาทุกโอกาส เรียนรู้ ลงมือทำ” ปลดหนี้พลิกชีวิต เส้นทางปลดล็อกจบหนี้หลักล้าน แบบฉบับ “สายชล รักกำเหนิด”

 


การเป็น “หนี้” ไม่ใช่ความล้มเหลวของชีวิต อาจเป็นเรื่องที่ทำพลาด แต่ไม่ใช่เรื่องที่ทำผิด ที่สำคัญต้องเป็นหนี้แบบมีวัน “จบ” และไม่ท้อ พร้อมลุกขึ้น “สู้” หาทางแก้หนี้ด้วยการหาความรู้เพิ่มเติม ลงมือสร้างโอกาสพลิกสถานการณ์เพื่อปลดล็อกชีวิตหนี้

“สายชล รักกำเหนิด” เคยติดกับดัก “ชีวิตหนี้” ที่แทบล้มทั้งยืน เพราะถูกโกงแชร์และคิดการใหญ่ลงทุนเกินตัว จนหนี้ท่วมมืดแปดด้านหาทางออกไม่เจอ จากหนี้แค่หลักแสนเบ่งบานกลายเป็นหนี้ก้อนโตถึง 3 ล้านบาท แต่ด้วยความไม่ยอมแพ้ พยายามวิ่งหาทุกโอกาสที่จะทำให้กลับมายืนได้ขึ้นอีกครั้ง จนวันนี้สามารถปลดล็อกหลุดจากกับดักก้าวสู่วิถีชีวิตใหม่ที่ “ปลอดหนี้”

แปรรูปผลผลิตให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการขายผ่านช่องทางตลาดที่เข้าถึงลูกค้า

จุดเปลี่ยนจากมนุษย์เงินเดือนสู่ชาวสวนยาง สร้างหนี้หวังรวย

เส้นทางชีวิตของ “สายชล” พลิกผันจากมนุษย์เงินเดือน ทำงานเป็นพนักงานด้านการเงินบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ใน จ.ภูเก็ต เรียกได้ว่าฐานะดีมีรายได้มั่นคงและมีชีวิตที่สุขสบาย ก้าวสู่การเป็นเกษตรกรสวนยางพารา เพราะต้องกลับบ้านที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อทำหน้าที่ดูแลคุณแม่ที่อายุมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ในการเปลี่ยนชีวิตต้องปรับตัวและเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด จากที่เคยจับเงินหลักหมื่นมาจับเงินแค่หลักร้อย บางวันทำงานหาหน่อไม้เกือบ 4 ชั่วโมงได้เงินแค่ 4 บาท ใช้เวลาปรับตัวเรียนรู้เป็นเกษตรกรเกือบ 10 ปี เมื่อปรับตัวได้เริ่มมีเงินเก็บได้หลายแสนบาท มีลานยางพาราเป็นของตัวเอง และคิดต่อยอดใช้วิธีเอาเงินต่อเงิน สร้างหนทางทำให้รวยเร็วได้เงินเยอะขึ้น ผันตัวเองมาเป็นท้าวแชร์ ตั้งวงแชร์มีทั้งหมด 42 คน 


“เรามีลานยางพาราเป็นของตัวเองเป็นที่น่าเชื่อของคนในหมู่บ้าน ความรู้สึกตอนนั้นคิดว่าเราต้องมีมากกว่าสมัยเป็นมนุษย์เงินเดือน จะต้องมีบ้านใหม่ รถใหม่ ให้คนอื่นยอมรับว่าเราเป็นเศรษฐีคนหนึ่งในหมู่บ้าน วันแรกที่เปิดแชร์ได้เงินมาหลักแสน เอาไปซื้อที่ดินเพื่อสร้างรีสอร์ท ตอนนั้นในใจคิดว่าเราจะกลับมาสบายอีกครั้ง แต่ก็เหมือนโชคชะตาเล่นตลก เพราะความที่เราไว้ใจทุกคน ในที่สุดมีคนที่ได้เงินแชร์ไปแล้วไม่ยอมส่ง เราเลยต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตัดสินใจไปกู้เงินนอกระบบมาจ่ายให้สมาชิกในฐานะท้าวแชร์ที่ต้องรับผิดชอบให้ทุกคน รู้ว่าดอกเบี้ยโหดมาก ๆ แต่เมื่อไม่มีทางเลือกก็จำเป็นต้องยอม สุดท้ายจากยอดหนี้เพียงหลักแสนดอกเบี้ยทบต้นสะสมกลายเป็นหนี้ก้อนโต 3 ล้านบาท ตอนนั้นไม่รู้จะใช้คำอธิบายกับชีวิตอย่างไร รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”

ร่วมโครงการพลังชุมชนเพื่อเเลกเปลี่ยนเเละเเชร์ประสบการณ์ให้กับชุมชนอื่นๆ

กู้ไม่หยุด หนี้ไม่มีวัน “จบ” ดอกทบต้นจากหลักแสนเป็น 3 ล้าน

ที่แย่กว่านั้นคือ แม้เป็นหนี้อยู่แล้วก็ยังไม่หยุดกู้ ตัดสินใจกู้เงินในระบบเพิ่มอีก หวังจะทำธุรกิจรับซื้อเศษยางเพื่อปลดหนี้ สุดท้ายก็ขาดทุน กลายเป็นหนี้ซ้ำสองวนไปหาทางออกไม่เจอ ซึ่งเมื่อรู้ว่ายอดหนี้ท่วมตัว “สายชล” บอกว่า ช็อกไปสามวัน นอนติดเตียงทำอะไรไม่ได้ ร้องไห้อย่างเดียว และหนักที่สุดก็คือ มือปืนเอาปืนมาจ่อหัวทวงหนี้ถึงหน้าบ้าน ก็คิดว่าต้องตายแน่ ๆ จะทำอย่างไรกับหนี้ 3 ล้านบาท ต้องทำสวนอีกกี่ปีกว่าจะปลดหนี้ได้ และยังมีภาระค่าเทอมลูก ค่าผ่อนรถ ทุกอย่างแย่ไปหมด หาเงินได้เท่าไหร่ต้องเอามาใช้หนี้ แม้ชุดชั้นในขาดก็ยังไม่มีเงินซื้อ จนคุณแม่พูดเตือนสติว่า ท้อทำไม สมัยก่อนแม่มีหม้อข้าวแค่สองใบ ยังเลี้ยงลูกได้ตั้ง 12 คน ถ้าท้อให้ลุกขึ้นไปทำงานให้หายเครียด และทุกคนในครอบครัวต่างก็เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจเลิกท้อ ไม่ยอมแพ้ลุกขึ้นสู้ตั้งใจปลดหนี้ให้ได้     

สายชล เล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นพยายามทำทุกทาง ไม่ได้หยุดตัวเองค่าการเป็นเกษตรกร เพราะตั้งใจปลดหนี้ให้ได้ พยายามทำทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ทั้ง OTOP การสร้างรายได้จากของในท้องถิ่น เพื่อเพิ่มช่องทางในการหารายได้ เข้าอบรมหาความรู้อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งได้เข้าร่วมกับโครงการพลังชุมชนที่สนับสนุนโดยเอสซีจี ซึ่งสอนให้รู้จักการสร้างมูลค่าเพิ่มสิ่งของในท้องถิ่น การวางแผนการตลาด หาช่องทางการขายที่มากกว่าส่งพ่อค้าคนกลาง เพิ่มเรื่องราวให้สินค้าและการทำแบรนด์ รวมไปถึงการกระจายความเสี่ยงของรายได้ ทำให้เริ่มเห็นโลกภายนอกกว้างขึ้นเปลี่ยนจากชาวบ้านชาวสวนธรรมดา มองเห็นโอกาสที่จะหาเงินได้มากขึ้น ที่สำคัญได้เพื่อนใหม่มีเครือข่ายเพิ่มขึ้น และมีอาจารย์ที่มาอบรมคอยให้คำปรึกษาชี้แนะตอบความสงสัย

วิ่งหาทุกโอกาส เรียนรู้ลงมือทำลองผิดลองถูก พลิกชีวิต

“ที่ไหนมีโอกาสทำให้เราสร้างเงินได้ที่นั่นต้องมีสายชลในงานเพื่อวิ่งหาโอกาสนั้น การเข้าอบรมหาความรู้ทำให้มองเห็นโอกาส ที่สำคัญคือเราต้องลองทำจริง เริ่มต้นจากการขายมังคุดอินทรีย์ผ่านช่องทางออนไลน์ จากปกติเคยขายตามท้องตลาดวันละ 50 กิโลกรัม แต่พอขายทางออนไลน์ชูจุดขายเป็นมังคุดอินทรีย์ ทำให้ผู้ซื้อได้เห็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากเกษตรกรตัวจริงก็สามารถพลิกชีวิตทำให้ขายหมด 1 พันกิโลกรัม หรือ 1 ตันภายในวันเดียว หากเป็นก่อนหน้านี้เมื่อหมดฤดูกาลของมังคุดก็ไม่รู้จะทำอะไรนอกจากรับจ้าง แต่ตอนนี้เราเห็นโอกาสใหม่หันมาหยิบผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในท้องถิ่นไปขายในออนไลน์และกระจายไปยังเครือข่ายต่าง ๆ ทั่วประเทศที่เรารู้จักจากการเข้าอบรม”

ปัจจุบันความรู้ที่ได้จากการลองผิดลองถูกของสายชล ได้นำมาสู่การสร้างแบรนด์ของตัวเองภายใต้ชื่อ “หมูฝอยน้ำผึ้งเดือนห้า 9 ด่านความเลิศรส” ที่สร้างจุดต่างคือ ผสมคุณค่าทางสารอาหารจากน้ำผึ้งซึ่งได้ผลตอบรับที่ดี กลายเป็นรายได้หลักในวันที่ผลผลิตทางการเกษตรยังไม่พร้อมออกจำหน่าย ซึ่งในที่สุดผลจากความพยายาม จนเกิดไอเดียในการต่อยอดทั้งสร้างแบรนด์ มองหาสินค้าในท้องถิ่นมาส่งต่อ และการขายผ่านช่องทางออนไลน์ รวมทั้งสร้างเครือข่าย จนรู้ว่าอะไรคือหนทางที่ใช้ในการสร้างรายได้เดินทางมาถึงวันที่สามารถปลดหนี้ได้ 1.5 ล้านบาทภายใน 1 ปี 



ตลอด 13 ปี บนเส้นทางของการต่อสู้จนกระทั่งมีวันนี้ “สายชล” เชื่อมั่นว่า สิ่งที่ต้องทำคือ สู้ ชีวิตไม่ได้ล้มเหลวและจบที่การเป็นคนมีหนี้ ตราบใดที่ลุกขึ้นสู้ย่อมไม่มีคำว่าแพ้ โดยกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ปลดล็อกชีวิตหนี้คือ การตั้งหลักปรับวิธีคิดและพฤติกรรมใหม่ วิ่งหาทุกโอกาส พร้อมเรียนรู้ลองผิดลองถูก นำสิ่งที่พลาดไปมาเป็นบทเรียน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้ตกอยู่ในวังวนเดิมได้อีก














ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...