ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สยามคูโบต้า จับมือ 5 วิสาหกิจชุมชน จัดคาราวานผลผลิตทางการเกษตร ส่งกำลังใจสู่ 5 โรงพยาบาลฝ่าโควิด-19 ในกิจกรรม “คูโบต้า…ฟาร์มส่งสุข เฟส 2”

 


สยามคูโบต้าจับมือ 5 วิสาหกิจชุมชน จัดกิจกรรม “คูโบต้า…ฟาร์มส่งสุข เฟส 2” ยกคาราวานรถบรรทุกผลผลิตการเกษตรและผลิตภัณฑ์จากชุมชน ขยายความสุขเพิ่มอีก 5 เส้นทางสู่ 5 โรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลสนาม ภายใต้สังกัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อส่งมอบกำลังใจและความห่วงใยแก่ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมของโครงการ KUBOTA On Your Side ปีที่ 2 ในการอยู่เคียงข้างประชาชนท่ามกลางวิกฤตการณ์โควิด-19


นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวถึงการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 สยามคูโบต้า ตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง “คูโบต้า…ฟาร์มส่งสุข” ถือเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งของโครงการ KUBOTA On Your Side ปีที่ 2 เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์  โดยได้เปิดตัวกิจกรรมพร้อมปล่อยคาราวานความสุขครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับด้วยดีจากชุมชนต้นทางผู้ส่งมอบผลผลิตและโรงพยาบาลปลายทาง 



วันนี้ตัวเลขของผู้ป่วยมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นโรงพยาบาลจึงมีความต้องการอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการเพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เข้ามารักษาอย่างต่อเนื่องทุกวัน ในขณะเดียวกันกำลังใจของบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มกำลังความสามารถก็มีความสำคัญเป็นอย่างมาก สยามคูโบต้าได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนให้ทันต่อสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้จัดกิจกรรมอีกครั้งภายใต้ชื่อ “คูโบต้า…ฟาร์มส่งสุข เฟส 2” โดยได้รับความร่วมมือจาก 5 กลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจชุมชน ศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า ที่สยามคูโบต้าได้ใช้ความเชี่ยวชาญเข้ามาร่วมสร้างให้เกิดเป็นชุมชนต้นแบบทางการเกษตรที่มีความเข้มแข็งมีคุณภาพชีวิตที่ดี ผ่านองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมการเกษตรมาตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ สยามคูโบต้าได้ให้การอุดหนุนผลผลิตที่มีคุณภาพของกลุ่มเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร ผัก ผลไม้ น้ำดื่ม และผลิตภัณฑ์แปรรูปขึ้นชื่อของชุมชนมีความสดสะอาด ปลอดภัยได้มาตรฐาน และเต็มไปด้วยความพิถีพิถันใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่กระบวนการปลูก เก็บเกี่ยว แปรรูป และดำเนินการจัดส่งผลผลิตอย่างถูกสุขลักษณะจนถึงมือผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ปลายทาง” 

\

ด้านตัวแทนศูนย์เรียนรู้ฯ นางบุญเลิศ ปราบภัย ประธานกลุ่มหนองผักบุ้ง จากศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า-หนองผักบุ้ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ได้จัดส่งผลผลิตชุมชนออกเดินทางกว่า 900 กิโลเมตร เพื่อส่งความสุขไปยังโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า “หลังจากได้ทราบว่า สยามคูโบต้าได้จัดกิจกรรมครั้งนี้ พี่น้องชุมชนหนองผักบุ้งทุกคนรู้สึกยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการแสดงน้ำใจในครั้งนี้ เราได้ระดมพี่น้องในชุมชนช่วยกันคัดสรร และบรรจุผลผลิตทางการเกษตรที่เราได้ปลูกเองรวมถึงเตรียมผลิตภัณฑ์แปรรูปซึ่งเป็นของฝากขึ้นชื่อของชุมชน ตลอดจนส่งกำลังใจจากหัวใจของพวกเราทุกคนในชุมชนออกเดินทางไปยังโรงพยาบาลปลายทาง เพื่อเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์”

ศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า-เกษตรทิพย์ จังหวัดศรีสะเกษ
ศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า-ห้วยตาดข่า จังหวัดอุดรธานี


สำหรับเส้นทางการส่งมอบจากศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า ไปยังโรงพยาบาล และโรงพยาบาลสนามภายใต้สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ เส้นทางที่ 1 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า-ผักไหม จังหวัดศรีสะเกษ สู่โรงพยาบาลสมุทรปราการ เส้นทางที่ 2 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า-เกษตรทิพย์ จังหวัดศรีสะเกษ สู่โรงพยาบาลสนามศูนย์การฝึกหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและฝั่ง จังหวัดชลบุรี เส้นทางที่ 3 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า-ห้วยตาดข่า จังหวัดอุดรธานี สู่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เส้นทางที่ 4 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า-ตอนิมิตร จังหวัดแพร่ สู่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา และเส้นทางที่ 5 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า-หนองผักบุ้ง จังหวัดเพชรบูรณ์ สู่โรงพยาบาล สุราษฎร์ธานี ซึ่งได้ทำการส่งมอบเป็นที่เรียบร้อย เพื่อเป็นอีกหนึ่งพลังในการอยู่เคียงข้างประชาชนชาวไทยและช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศไทยผ่านวิกฤตนี้ได้โดยเร็ว







 









 


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

NIA กระทรวง อว. จับมือ 18 ภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” เดินหน้าปั้นเอสเอ็มอี/ สตาร์ทอัพหน้าใหม่จากภูมิภาค สู่ธุรกิจระดับประเทศ

  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศูนย์แบรนด์เคยู ( BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จำนวน 14 มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งของเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับประเทศ เปิดตัว “โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทยระดับภูมิภาค ( Thailand InnoBIZ Champion)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจากแพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” โดยการปั้นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพหน้าใหม่ใส่ใจนวัตกรรมจากภูมิภาคสู่ธุรกิจระดับประเทศ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของ อว. คือ การมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคน และการนำเอาองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์ ผนวกกับงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตก...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...