ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วว. ตรวจประเมินคุณภาพอากาศในห้องผู้ป่วยควบคุมแรงดันศิริราชพยาบาล

 


กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ลงพื้นที่ประเมินตรวจเชื้อในห้องความดันลบของโรงพยาบาลศิริราช  เพื่อรองรับและดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการหนัก ระบุผลทดสอบห้องความดันลบมีความสะอาดของอากาศเป็นไปตามมาตรฐานสากลกำหนด ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อจากผู้ป่วยออกไปสู่บริเวณอื่นในสถานพยาบาล สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน/บุคลากรทางการแพทย์


ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา  เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า  หนึ่งในการดำเนินงานที่ประสบผลสำเร็จของ วว. และพันธมิตร ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ ก็คือ การเปิดให้บริการห้องความดันลบของโรงพยาบาลศิริราช  ซึ่งผ่านการทดสอบและปรับปรุงระบบโดย วว. ในการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อที่มีอาการหนัก นับเป็นความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้าไปสนับสนุนส่งเสริมด้านการแพทย์ของประเทศ


ทั้งนี้เพื่อให้ห้องความดันลบดังกล่าวมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น วว. โดย ศูนย์เชี่ยวชาญความหลากหลายทางชีวภาพ ได้ลงพื้นที่เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2564 ทำการประเมินตรวจเชื้อในห้องความดันลบของโรงพยาบาลศิริราช  เพื่อรองรับและดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการหนัก ดังนี้ ตรวจคุณภาพอากาศทางจุลชีววิทยา ในห้องผู้ป่วย ICCU และ CCU ควบคุมแรงดันลบ และควบคุมแรงดันบวก นอกจากนี้ได้ทำการเก็บตัวอย่างอากาศใน ตำแหน่งต่างๆ ตามที่กำหนดในแต่ละห้อง ด้วยเครื่องเก็บอากาศ  MAS - 100TM เป็นการทดสอบและวิเคราะห์ หาปริมาณเชื้อแบคทีเรีย รา และยีสต์ จากตัวอย่างอากาศ โดย วว. ได้นำเชื้อมาบ่มต่อในห้องปฏิบัติการ เพื่อดูผลว่าห้องมีความสะอาดของอากาศเป็นไปตามมาตรฐานที่สากลกำหนด

        ห้องความดันลบ  (Negative pressure)  หรือห้องแยกผู้ป่วยแพร่เชื้อทางอากาศ  เป็นห้องพักสำหรับผู้ป่วยแบบแยกเดี่ยว ที่มีการควบคุมคุณภาพอากาศเพื่อป้องกันการติดเชื้อทางอากาศภายในสถานพยาบาล หรือพื้นที่ที่ต้องการการควบคุม โดยมีแนวทางการควบคุม เช่น การควบคุมความดันระหว่างพื้นที่ให้ความดันอากาศภายในห้องผู้ป่วยต่ำกว่าภายนอก ส่งผลให้อากาศภายในห้องผู้ป่วยไม่ไหลออกไปภายนอก ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปสู่บริเวณอื่นๆ รวมถึงการวัดอัตราการไหลเวียนของอากาศเพื่อให้มั่นใจว่ามีการถ่ายเทของอากาศที่เหมาะสม ไม่มีการสะสมของเชื้อโรค นอกจากนี้การวัดอุณหภูมิ ความชื้นภายในห้องผู้ป่วยเพื่อหาสภาวะที่เหมาะสม ไม่กระทบกับสุขภาพของผู้ป่วย และสามารถควบคุมการเจริญเติบโตของเชื้อโรคได้ รวมทั้งอากาศที่ไหลออกจากห้องจะต้องผ่านการกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง รวมถึงเจือจางและฆ่าเชื้อในอากาศก่อนปล่อยออกสู่ภายนอก



ทั้งนี้ วว. ได้รับมอบหมายจากกระทรวง อว. ให้เข้าร่วมทดสอบห้องความดันลบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการปรับปรุงห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาลศิริราช ให้เป็นห้องสำหรับแยกผู้ป่วยแพร่เชื้อทางอากาศ เมื่อปี 2563  จวบปัจจุบัน กรอบการดำเนินงานทดสอบห้องความดันลบโดย วว. มีดังนี้  ศูนย์เชี่ยวชาญความหลากหลายชีวภาพ   ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพอากาศเพื่อหาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์จากตัวอย่างอากาศ ตามวิธีทดสอบมาตรฐาน ISO 14698  ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา วว.  ดำเนินการทดสอบ ดังนี้ 1. การวัดอัตราการไหลของอากาศที่ไหลผ่านพื้นที่ช่องระบายอากาศโดยใช้เครื่องมือวัดความเร็วลม (Air Velocity Meter) เพื่อหาอัตราการไหลเวียนของอากาศภายในห้องที่ทราบปริมาตร  2. การวัดค่าความดันอากาศภายในห้องเทียบกับความดันภายนอก (Differential Pressure) 3.การวัดอุณหภูมิ (Temperature) และ 4. ความชื้นสัมพัทธ์   (Relative humidity)   ศูนย์พัฒนาและวิเคราะห์สมบัติของวัสดุ  ดำเนินการตรวจวัดการรั่วไหล (leak test) ของอนุภาคออกจากห้องความดันลบ เพื่อประเมินประสิทธิภาพการกรองอนุภาคของระบบ HEPA filter ของห้องความดันลบแต่ละห้อง


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและขอรับบริการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ของ วว. ได้ที่ ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา วว. โทร. 0 2323 1672-80  โทรสาร 0 2323 9165 อีเมล mtc@tistr.or.th


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...