ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

นักวิจัยไทยโคลนนิ่งสัตว์สำเร็จคนแรกของโลก วช.มอบรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2564 สาขาเกษตรและชีววิทยา รศ.ดร.รังสรรค์ พาลพ่าย จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

 

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พร้อมด้วย รศ.ดร.รังสรรค์ พาลพ่าย นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2564 สาขาเกษตรและชีววิทยา 

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดกิจกรรมแถลงข่าว NRCT TALK : รางวัลการวิจัยแห่งชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมเปิดบ้านงานวิจัยและนวัตกรรม By NRCT ประจำปีงบประมาณ 2564 (ครั้งที่ 6) เชิดชูเกียรตินักวิจัยไทยที่มีผลงานโดดเด่น สร้างคุณูปการให้วิชาการและประเทศชาติ รองศาสตราจารย์ ดร. รังสรรค์ พาลพ่าย แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี “นักวิจัยสาขาเกษตรและชีววิทยา” ผู้ที่ได้รางวัล นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2564 จากจำนวน 7 ท่าน ใน 5 สาขา

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. มีบทบาทสำคัญในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรม การจัดทำฐานข้อมูลและดัชนีด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ การริเริ่มขับเคลื่อนและประสานการดำเนินงานโครงการวิจัยและนวัตกรรมที่สำคัญของประเทศ การจัดทำมาตรฐานและจริยธรรมการวิจัย การส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อใช้ประโยชน์ การส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรม และบทบาทที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การให้รางวัล ประกาศเกียรติคุณ ยกย่องบุคคลหรือหน่วยงานด้านการวิจัยและนวัตกรรม วช. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญจึงได้มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2564 แก่ รองศาสตราจารย์ ดร. รังสรรค์ พาลพ่าย แห่งสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เนื่องจากนักวิจัยผู้มีผลงานโดดเด่นทางด้านการโคลนนิ่งสัตว์หลากหลายชนิด ทั้งในระดับโลกและระดับชาติ โดยในปี 2542 ได้ตีพิมพ์รายงานผลงานวิจัยรายแรกของโลก 




รองศาสตราจารย์ ดร. รังสรรค์ พาลพ่าย แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กล่าวว่า เมื่อปี 2543 ประสบความสำเร็จผลิต “ลูกโคโคลนนิ่ง” รายแรกของโลกจากการใช้ “เซลล์หนังหูโคเต็มวัย” และในปี 2546 ยังได้ผลิตลูกโคโคลนนิ่ง “พันธุ์บราห์มัน” เกิดมาจากเซลล์ชุดเดียวกันถึง 7 ตัว นับเป็นการผลิตลูกโคโคลนนิ่งในโคเนื้อเกิดมามากที่สุดในโลก และยังได้ผลิต “ลูกโคขาวลำพูน” ที่ใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเกิดมาในปี 2550 มีการประยุกต์ใช้การโคลนนิ่งเพื่อการอนุรักษ์กระทิงด้วยการทำโคลนนิ่งข้ามสปีชีส์ระหว่าง “กระทิงxโค” ได้ “ลูกกระทิงโคลนนิ่ง” เกิดมาในปี 2551 นับเป็นรายที่ 2 ของโลก มีสัตว์ชนิดอื่นที่เกิดมาจากการโคลนนิ่งโดยการใช้เซลล์ร่างกายสัตว์เต็มวัยเกิดมาอีก ได้แก่ แมวบ้าน แพะ เป็นต้น 


ส่วนการผลิตลูกโคพันธุ์ดีด้วยการ “ย้ายฝากตัวอ่อน” ประสบความสำเร็จในโคนมเป็นรายแรกของไทยตั้งแต่ ปี 2529 มีการพัฒนาเทคนิคการผลิต “ตัวอ่อน” ด้วยการปฏิสนธิในหลอดแก้ว การแช่แข็งตัวอ่อน อย่างต่อเนื่อง และได้ต่อยอดด้วยการนำโคพันธุ์ดีมาเจาะเก็บไข่ด้วยอัลตราซาวด์แล้วนำไข่ไปทำปฎิสนธิในหลอดแก้วเพื่อผลิตตัวอ่อนไปย้ายฝากให้แม่โคตัวรับให้ตั้งท้อง ได้ลูกโคเกิดมากกว่า 200 ตัว มีการจัดอบรมให้นักวิชาการ สัตวบาล และสัตวแพทย์ จากภาครัฐและเอกชนนำเทคโนโลยีนี้ไปผลิตโคพันธุ์ดีในเชิงพาณิชย์แล้ว 



ส่วนการวิจัยเชิงลึกเพื่อสร้างองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ทางการแพทย์ มีแพลตฟอร์มการวิจัยเซลล์ต้นกำเนิดตัวอ่อนหนูเม้าส์ มนุษย์ และลิงวอก และแพลตฟอร์มการวิจัยเซลล์ต้นกำเนิดมีเซ็นไคม์ที่แยกได้จากเนื้อเยื่อวาร์ตันเจลลี่ของสายรกมนุษย์ เป็นการวิจัยสูตรน้ำยา สารเคมี กลไกการเหนี่ยวนำให้เซลล์ต้นกำเนิดเปลี่ยนไปเป็น เซลล์ประสาท เซลล์ตับ เซลล์กระดูกอ่อน เซลล์ตับอ่อน เซลล์กระจกตา จากข้อมูลที่ได้จากงานวิจัยจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้รักษาผู้ป่วยที่มีภาวะโรคต่างๆ ในอนาคต













ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

NIA กระทรวง อว. จับมือ 18 ภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” เดินหน้าปั้นเอสเอ็มอี/ สตาร์ทอัพหน้าใหม่จากภูมิภาค สู่ธุรกิจระดับประเทศ

  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศูนย์แบรนด์เคยู ( BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จำนวน 14 มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งของเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับประเทศ เปิดตัว “โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทยระดับภูมิภาค ( Thailand InnoBIZ Champion)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจากแพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” โดยการปั้นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพหน้าใหม่ใส่ใจนวัตกรรมจากภูมิภาคสู่ธุรกิจระดับประเทศ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของ อว. คือ การมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคน และการนำเอาองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์ ผนวกกับงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตก...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...