ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต ผลิตภัณฑ์รักษาพิษแมงกะพรุนจากผักบุ้งทะเลสู่เชิงพาณิชย์


 วว. พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต ผลิตภัณฑ์รักษาพิษแมงกะพรุนจากผักบุ้งทะเล สู่เชิงพาณิชย์  



กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  นำผลงานวิจัยพัฒนาสนับสนุนการพึ่งพาเทคโนโลยีภายในประเทศ ลดการนำเข้าเวชภัณฑ์ ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต “ผลิตภัณฑ์รักษาพิษแมงกะพรุนจากผักบุ้งทะเล” สู่เชิงพาณิชย์ ระบุวัตถุดิบปลูกในพื้นที่ทะเลมีความเข้มข้นสารสกัดสูง  ให้ฤทธิ์ต้านการอักเสบ ทำลายพิษแมงกะพรุนและรักษาแผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา   เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ   วว.  กล่าวว่า   การดำเนินงานของ วว.  นอกจากการวิจัยและพัฒนา บริการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม  (วทน.) แล้ว การถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม สู่ภาคอุตสาหกรรมและวิสาหกิจชุมชน พร้อมผลักดันให้เกิดการนําไปใช้ประโยชน์ทั้งเชิงเศรษฐกิจ  สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นเป้าหมายสำคัญที่ วว. มุ่งขับเคลื่อนเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ ซึ่งผลงานวิจัยและพัฒนา “ผลิตภัณฑ์รักษาพิษแมงกะพรุนจากผักบุ้งทะเล” เป็นหนึ่งในหลากหลายผลงานเพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทย ที่ประสบผลสำเร็จในการพัฒนาระดับห้องปฏิบัติการ  พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่การต่อยอดในเชิงพาณิชย์ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการพึ่งพาเทคโนโลยีในประเทศและลดการนำเข้าเวชภัณฑ์ สร้างงานสร้างเงินตลอดห่วงโซ่อุปทานในกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ



ผักบุ้งทะเล เป็นพืชที่พบมากตามชายฝั่งทะเลเขตร้อนทั่วโลก ภูมิปัญญาท้องถิ่นใช้พืชชนิดนี้เป็นสมุนไพรรักษาพิษบาดแผลที่เกิดจากแมงกะพรุน  โดยใช้น้ำที่คั้นจากใบพอกลงบนบาดแผลที่ถูกแมงกะพรุน และน้ำต้มจากใบยังใช้อาบแก้คันได้ด้วย

แมงกะพรุนไฟ

วว. โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร   ประสบผลสำเร็จในการศึกษากระบวนการสกัดสารที่มีฤทธิ์ทางยาของผักบุ้งทะเลพบว่า น้ำมันหอมระเหยที่สกัดได้จากใบ มีคุณสมบัติด้านฤทธิ์ฮีสตามีนและพิษแมงกระพรุน  จากการศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลันในสัตว์ทดลองพบว่ามีความปลอดภัย และได้ศึกษาผลทางคลินิกของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจากน้ำมันหอมระเหยผักบุ้งทะเล ด้วยความร่วมมือจาก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ผลิตภัณฑ์มีผลรักษาแผลในผู้ป่วยจากพิษแมลงกัดต่อยและจากพิษแมงกระพรุนในทุกระดับได้เป็นที่น่าพอใจ


และ  วว. ได้ร่วมกับ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุปซอลา (Uppsala University) ประเทศสวีเดน ศึกษาพบว่า น้ำมันหอมระเหยที่สกัดได้จากใบผักบุ้งทะเล มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านพิษแมงกะพรุนได้ดีโดยยับยั้งการทำลายโปรตีน (Proteolytic) และ hemolytic ของพิษแมงกะพรุน  การศึกษาทางเคมีพบว่า ในน้ำมันหอมระเหยประกอบด้วยสารออกฤทธิ์สำคัญหลายสาร เช่น ยูจีนอล (Eugenol) บีต้า-ดามาสซีโนน (β-damascenone) และ อี-ไฟทอล (E-phytol)   เป็นต้น

นอกจากนี้ยังได้ศึกษาการปลูกผักบุ้งทะเลในขั้นกึ่งอุตสาหกรรม เพื่อศึกษาคุณภาพของวัตถุดิบ และประเมินความเหมาะสมทางเศรษฐกิจ  เพื่อพัฒนาน้ำมันหอมระเหยขึ้นสู่ขั้นอุตสาหกรรมพบว่า ผักบุ้งทะเลที่ปลูกในพื้นที่ทะเล จะมีความเข้มข้นของสารสกัดมากกว่าการปลูกในพื้นที่ที่ห่างจากทะเล  วว. พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต “ผลิตภัณฑ์รักษาพิษแมงกะพรุนจากผักบุ้งทะเล” สู่เชิงพาณิชย์ และพร้อมเป็นหุ้นส่วนความสำเร็จของผู้ประกอบการไทย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและขอรับบริการจาก ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร  วว. ได้ที่ โทร. 0 2577 9000 โทรสาร 0 2577 9009 หรือที่ E- mail : tistr@tistr.or.th



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

NIA กระทรวง อว. จับมือ 18 ภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” เดินหน้าปั้นเอสเอ็มอี/ สตาร์ทอัพหน้าใหม่จากภูมิภาค สู่ธุรกิจระดับประเทศ

  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศูนย์แบรนด์เคยู ( BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จำนวน 14 มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งของเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับประเทศ เปิดตัว “โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทยระดับภูมิภาค ( Thailand InnoBIZ Champion)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจากแพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” โดยการปั้นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพหน้าใหม่ใส่ใจนวัตกรรมจากภูมิภาคสู่ธุรกิจระดับประเทศ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของ อว. คือ การมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคน และการนำเอาองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์ ผนวกกับงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตก...

เจียไต๋ – สยามคูโบต้า จับมือร่วมพัฒนาโมเดลนวัตกรรมและโซลูชั่นยกระดับการปลูกพืชผักครบวงจร

  บริษัท เจียไต๋ จำกัด และ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการดำเนินการยกระดับองค์ความรู้ และนวัตกรรมการเพาะปลูกพืชผักอย่างมั่นคง เพื่อส่งเสริมศักยภาพการเพาะปลูกของไทย สร้างประโยชน์แก่เกษตรกร และธุรกิจภาคเกษตรด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการปลูกพืชผักอย่างครบวงจร ด้วยวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกันของสององค์กรที่มีความมุ่งมั่นในการยกระดับวงการเกษตรกรรมของไทยให้มีศักยภาพทัดเทียมนานาชาติ และส่งเสริมเกษตรกรไทย ตลอดจนผู้บริโภคให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน บริษัท เจียไต๋ จำกัด และ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด จึงผนึกกำลังเพื่อสร้างนวัตกรรมในการเพาะปลูก ควบคู่ไปกับการใช้เครื่องจักรกลและนวัตกรรมการเกษตร สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการเกษตรของไทย ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ เจียไต๋ พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ในการเพาะปลูกพืชผักตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ อาทิ การใช้เมล็ดพันธุ์คุณภาพ วัสดุอุปกรณ์ในการเกษตร ตลอดจนการวางแผนระบบต่างๆ เพื่อการเพาะปลูกที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการบริหารจัดการหลังการเก็บเกี่ยว ( post-harvest managemen...