ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สยามคูโบต้า เปิดตัวสินค้าใหม่ “รถดำนาเดินตาม 4 แถว KW4” ตอบโจทย์เกษตรวิถีใหม่ ควบคุมงานง่าย สบายชีวิต

 



สยามคูโบต้า เปิดตัวรถดำนารุ่นใหม่ เดินตาม 4 แถว รุ่น KW4 โฉมใหม่สีสะดุดตาเพิ่มทัศนวิสัยของผู้ใช้งานขณะทำงานเวลากลางคืน มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 5 แรงม้าและถังน้ำมันขนาดความจุ 10 ลิตร เพิ่มความสะดวกสบายในการทำงาน ปักดำได้เป็นแถวเป็นแนว ได้ข้าวคุณภาพ พร้อมพิสูจน์แล้ววันนี้ ณ ร้านค้าผู้แทนจำหน่ายคูโบต้าทั่วประเทศ



นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “การทำการเกษตรในยุคปัจจุบันมีความสะดวกสบายมากขึ้น สามารถใช้แรงงานน้อยลงแต่ยังคงได้ผลผลิตมากขึ้นกว่าเดิมจากความแม่นยำของเครื่องจักรกลและเทคโนโลยี บริษัทฯ ได้ส่งเสริมมาอย่างต่อเนื่องสำหรับเกษตรกรที่ต้องการหันมาปลูกข้าวคุณภาพสูงเพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยใช้โซลูชั่นเกษตรปลอดนาหว่าน (Zero Broadcast Solutions) ด้วยเทคโนโลยีปักดำที่ช่วยลดต้นทุนและการสิ้นเปลืองเมล็ดพันธุ์ลงร้อยละ 50-70 เพิ่มผลผลิตทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ รวมทั้งลดการใช้สารเคมี โดยล่าสุดได้เปิดตัวรถดำนา แบบเดินตาม 4 แถว รุ่น KW4 ที่พัฒนาต่อยอดจากรุ่นเดิม เพื่อให้สามารถดำนาได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น พร้อมประหยัดแรงงานคนและสามารถทำงานได้ไวและต่อเนื่อง โดยปรับโฉมใหม่ให้ดีไซน์ล้ำสมัย สีส้มสะดุดตา พร้อมกับไฟหน้าส่องสว่างแบบ LED เพิ่มทัศนวิสัยของผู้ใช้งานขณะทำงานเวลากลางคืน มาพร้อมความจุถังน้ำมันขนาด 10 ลิตร เครื่องยนต์เบนซินขนาด 5 แรงม้า แบบ OHV (Overhead valves) สามารถทำงานได้ไวและต่อเนื่องได้ถึงวันละ 7-13 ไร่ และทำงานได้คล่องตัวเลี้ยวง่ายเบาแรงแม้ในแปลงนาขนาดเล็ก ด้วยระบบบีบเลี้ยวและวงเลี้ยวแบบซีโร่เทิร์น (Zero-turn)” 

เกษตรกรผู้ทำนาดำ คุณปรีชา

ข้ามคันนา App shot

รถดำนาคูโบต้า เดินตาม 4 แถว รุ่น KW4 เพิ่มความสะดวกสบายในการหยิบแผ่นกล้ามาเติมในแผงปักดำ เนื่องจากสามารถปรับชั้นวางแผ่นกล้าสำรองได้ 3 ตำแหน่ง และน้ำหนักเบาเพียง 169 กก. ทำให้คล่องตัวในการทำงาน ขนย้ายสะดวกและยังมีระบบป้อนกล้าแนวตั้งแบบสายพาน หน้ากว้าง 176 มม. เพิ่มพื้นที่สัมผัสแผ่นกล้า ช่วยป้อนกล้าได้อย่างต่อเนื่อง สามารถปรับระยะห่างระหว่างกอได้ถึง 6 ระยะ ตั้งแต่14 - 28 ซม. ปรับจำนวนต้นกล้าต่อกอ ได้ถึง 3-8 ต้น/กอ และปรับระดับความลึกในการปักดำ ได้ถึง 5 ระดับ ตั้งแต่ 0.7-3.7 ซม. สามารถปักดำได้ตามต้องการ ต้นข้าวเรียงเป็นแถวเป็นแนว มีระยะห่างที่เหมาะสม ทำให้ต้นข้าวไม่แย่งสารอาหาร รวมทั้งแสงสว่างส่องทั่วถึง ช่วยป้องกันโรคพืชและแมลงต่างๆ อีกทั้งเกษตรกรยังสามารถบำรุงรักษาต้นข้าวได้ง่ายขึ้น ทำให้ได้จำนวนเมล็ดข้าวต่อรวงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและมีน้ำหนักดี ผลผลิตจึงมีคุณภาพที่ดีขึ้น

ตอนเลี้ยว

เลี้ยวง่ายเบาแรง

โดยจากคำยืนยันของเกษตรกรผู้ทดลองใช้จริง นายธนพล วรจักร์ เกษตรกรผู้ทำนาดำ พื้นที่เพาะปลูก 40 ไร่ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร “ผมใช้รถดำนารุ่นเดิมมานาน พอคูโบต้าออกรุ่นเดินตาม 4 แถว KW4 ใหม่ ประทับใจในประสิทธิภาพการปักดำที่แม่นยำเหมือนเดิม โดยเฉพาะบริเวณแผงป้อนกล้าที่เปลี่ยนเป็นแบบสายพาน ช่วยให้ทำงานได้ต่อเนื่อง สะดวกสบายยิ่งขึ้น” และอีกราย คือ นายปรีชา พงศ์กาสอ เกษตรกรนาดำ พื้นที่เพาะปลูก 19 ไร่ อ.แจ้ห่ม .ลำปาง แผงปักดำที่พัฒนาจากรุ่นเดิม สามารถปักดำนาได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ทำให้กล้าแผ่นเสียหายเวลาปักดำ



เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกร รถดำนาเดินตาม 4 แถว รุ่น KW4 รับประกันคุณภาพ 2 ปี หรือ 600 ชั่วโมง และมีบริการตรวจเช็คสภาพรถดำนาฟรี 5 ครั้งจากศูนย์บริการสยามคูโบต้า โดยทีมช่างบริการผู้ชำนาญตามมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ พร้อมบริการสายด่วน 1747 ให้คำปรึกษาปัญหาทางเทคนิค แนะนำวิธีการใช้งาน และนัดหมายงานบริการต่างๆ อีกทั้งยังเพิ่มความสะดวกสบาย ไม่ต้องเพาะกล้าเอง ด้วยศูนย์จำหน่ายกล้าแผ่นคูโบต้าทั่วประเทศกว่า 45 แห่ง พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ ดาวน์เริ่มต้นเพียง 15% และรับส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท ภายในวันนี้ – 31 ตุลาคม 2564  ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสัมผัสดีไซน์ล้ำสมัยของรถดำนาคูโบต้า เดินตาม 4 แถว KW4 ได้แล้ววันนี้ที่ร้านค้าผู้แทนจำหน่ายสยามคูโบต้าใกล้บ้านท่าน หรือติดต่อ KUBOTA Connect โทร. 02-029-1747






ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...