ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

"อว. แถลงผลสำเร็จหนุนสินค้าหัตถกรรมพื้นเมืองภาคเหนือตอนบน กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่ตลาดในยุค New Normal"

 


จากการที่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ได้สนับสนุนการอบรมโครงการ  “การยกระดับผลิตภัณฑ์หัตถกรรมชุมชนในภาคเหนือตอนบนด้วยนวัตกรรมสร้างสรรค์ และทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรท้องถิ่นสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และการเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่มูลค่าของผลิตภัณฑ์” ที่มุ่งพัฒนาทักษะ องค์ความรู้ ศักยภาพบุคลากรและผู้ประกอบการหัตถกรรมพื้นเมือง ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา แพร่ และจังหวัดน่าน ให้สามารถพัฒนาสินค้าหรือผลิตภัณฑ์หัตถกรรมพื้นเมืองที่มีความแตกต่างและโดดเด่นตรงกับความต้องการของตลาดในยุค New Normal โดยใช้นวัตกรรมและวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของหน่วยงาน อาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา กรมการพัฒนาชุมชน สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) และสมาคมวัฒนหัตถศิลป์ล้านนา

ศาสตราจารย์พิเศษ​ ดร.เอนก​ เหล่าธรรมทัศน์​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา​ วิทยาศาสตร์​ วิจัยและนวัตกรรม

โดยวันที่ 10 ตุลาคม 2564 เมื่อเวลา 14.00 น. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ ลานโปรโมชั่น 1 Promotion Area 2 ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เกียรติเป็นประธานปิดโครงการอบรมเพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านการออกแบบสร้างสรรค์ของผู้ประกอบการหัตถกรรมพื้นเมือง สำหรับตลาดในยุค New Normal (Creative Design Competency Enhancement of Local Craft Entrepreneurs for  New Normal Market Workshop)”, Koyori Project 2021 พร้อมเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์หัตถกรรมพื้นเมือง ที่เป็นผลสำเร็จจากโครงการ และพัฒนาโดยกลุ่มผู้ผลิตชุมชน กลุ่มนักออกแบบวิชาชีพ กลุ่มนักออกแบบรุ่นใหม่หรือทายาทชุมชนรุ่นใหม่ ซึ่งมีผลงานได้รับรางวัล10 ผลิตภัณฑ์ จากผลงานเข้าประกวด 10 ผลิตภัณฑ์



ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการที่ วช. มุ่งเน้นการดำเนินงาน เพื่อส่งเสริมการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้มีความเข้มแข็ง ด้วยวิจัยและนวัตกรรม โดยที่ผ่านมา วช. ได้ให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนโดยการส่งเสริมการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์พื้นเมือง ผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อสร้างให้มีมูลค่าเพิ่ม สร้างการเรียนรู้ ฝึกอาชีพ และเพิ่มความมั่นคงด้านรายได้ครัวเรือน โดยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้  วช. ได้สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินกิจกรรมโครงการ เรื่อง “การยกระดับผลิตภัณฑ์หัตถกรรมชุมชนในภาคเหนือตอนบนด้วยนวัตกรรมสร้างสรรค์ และทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรท้องถิ่นสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่มูลค่าของผลิตภัณฑ์” แก่ ดร. สุรพล ใจวงศ์ษา แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เพื่อเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากงานวิจัยขยายผลสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรม ในเขตภาคเหนือตอนบนให้เข้มแข็งและยั่งยืน




ทั้งนี้ จากการสนับสนุนโครงการดังกล่าว ได้เห็นผลสัมฤทธิ์ที่สร้างความสำเร็จความพึงพอใจให้กับผู้ประกอบการหัตถกรรมพื้นเมืองอย่างมาก ซึ่งจากการดำเนินโครงการดังกล่าว ได้ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ซึ่งเป็นพื้นฐานหลักที่จะสร้างเศรษฐกิจระดับฐานรากให้มีความเข้มแข็งเพื่อเป็นพื้นฐานเชื่อมโยงในการพัฒนาประเทศต่อไป อีกทั้งการดำเนินกิจกรรมโครงการยังก่อให้เกิดการสืบทอดวัฒนธรรมชุมชน วิชาชีพ อาชีพ จากรุ่นเก่า สู่รุ่นใหม่ โดยมีการพัฒนาการออกแบบลวดลายผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์เข้ากับยุคสมัย มีช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์หัตถกรรมพื้นเมืองที่เข้ากับยุคปัจจุบันที่มุ่งเน้นการตลาดแบบ New Normal  ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐที่มุ่งเน้นให้เกิดรายได้ อาชีพ จากชุมชน ลดการทิ้งถิ่นฐานทำกินได้อย่างเป็นรูปธรรม



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...