ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

“เครื่องกำจัดแมลงศัตรูในกระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว” ครั้งแรกในไทย กับเทคนิคการใช้รังสีอินฟราเรดปราบ “มอด” ได้อยู่หมัด!

 


สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ปี 2563 (Thailand Research Expo 2020) ได้ทรงทอดพระเนตรการถวายรายงานนิทรรศการ “ชุมชนเข้มแข็งด้วยวิจัยและนวัตกรรม” เกี่ยวกับเทคโนโลยีเครื่องอบแห้งด้วยอินฟราเรดแบบถังหมุน โดยมี ทีมวิจัยประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.สุพรรณ ยั่งยืน และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชิดพงษ์ เชี่ยวชาญวัฒนา โดยในตอนหนึ่งได้มีพระราชดำรัสถามถึง เทคนิคการใช้รังสีอินฟราเรด เพื่อใช้ในการจัดการแมลงศัตรูเมล็ดพันธุ์ ซึ่งหากทำได้น่าจะเป็นประโยชน์ในการรักษาคุณภาพเมล็ดพันธุ์ ลดปัญหาแมลงศัตรูเมล็ดพันธุ์ได้

เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ผ่านกระบวนการจัดการมอดด้วยเทคนิคการใช้รังสีอินฟราเรด


จากพระราชดำรัสในวันนั้น สู่การพัฒนาเทคโนโลยีจนสำเร็จแล้วในวันนี้ “เครื่องกำจัดแมลงศัตรูในกระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว” โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งมี รองศาสตราจารย์ ดร.จักรมาส เลาหวณิช เป็นหัวหน้าโครงการฯ เล่าว่า ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อพัฒนาต่อจากเทคนิคการใช้รังสีอินฟราเรดสำหรับเทคโนโลยีเครื่องอบแห้ง (ข้าวเปลือก) แบบถังหมุน มาสู่การใช้ในกระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ที่มักพบว่ามีปัญหาเรื่องแมลงศัตรูในโรงเก็บที่ก่อให้เกิดความเสียหายในระหว่างการเก็บรักษา โดยการพัฒนาเครื่องนี้ใช้หลักการให้ความร้อนข้าวเปลือกด้วย “รังสีอินฟราเรด” ที่เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีคุณสมบัติสามารถจัดการได้ทั้งแมลงตัวเต็มวัยและไข่ที่ฝังอยู่ในเนื้อเมล็ดพันธุ์ ทำให้สามารถเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์เป็นเวลานานได้เป็นอย่างดี เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการผลิตในภาคเกษตรกรรมของประเทศ และยกระดับอุตสาหกรรมชุมชนได้

รองศาสตราจารย์ ดร.จักรมาส เลาหวณิช กับผลงานวิจัย เครื่องกำจัดแมลงศัตรูในกระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อสนองตามพระราชดำริ โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก วช.

“การจัดการเรื่องแมลงศัตรูในเมล็ดพันธุ์ข้าวโดยเฉพาะมอดข้าว ที่ผ่านมาทั้งศูนย์เมล็ดพันธุ์หรือผู้ประกอบการที่เป็นโรงงานขนาดใหญ่ใช้กันอยู่จะเป็น หลักการของเครื่องอบแห้ง ซึ่งเงื่อนไขการทำงานจะต่างกัน ของอบแห้งเมล็ดพันธุ์จะใช้อุณหภูมิลมร้อนไม่เกิน 42 องศา อบจนกระทั่งแห้ง และใช้เวลาหลายสิบชั่วโมง เพราะว่าความมีชีวิตของเมล็ดพันธุ์จะหายไป แต่ปัญหาที่ยังอยู่คือจะพบทำไมมีมอดเกิดใหม่ได้อีก ซึ่งเป็นเพราะว่าตัวการสำคัญจริงๆ คือ “ไข่มอด” ที่ฝังอยู่ในเนื้อเมล็ดพันธุ์ที่มีโอกาสรอดสูง สังเกตได้จากวงจรชีวิตทุก 45 วันจะมีมอดเกิดใหม่ขึ้นมาอีก สำหรับเทคนิคการใช้รังสีอินฟราเรด สิ่งที่เราค้นพบก็คือ เงื่อนที่เหมาะสม ว่าควรใช้ระดับอุณหภูมิอินฟราเรด อยู่ระหว่าง 550 องศาเซลเซียส และใช้เวลาให้ความร้อนข้าวเปลือกผ่านรางเขย่า 15 วินาที (แต่ไม่เกิน 20 วินาที) จะทำให้ข้าวเปลือกมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงถึง 50 องศาเซลเซียส (หรือไม่เกิน 52 องศา) ในการทดสอบการจัดการเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่ให้มอดวางไข่ไว้ในตัวอย่างเมล็ดพันธุ์ข้าว คือ ไม่พบการเกิดใหม่ของมอดรุ่นลูกภายหลังจากจัดการด้วยเครื่องต้นแบบ” 




เมล็ดพันธุ์ข้าวจะถูกลำเเลียงผ่านรางบันไดจัดการไข่มอดในเมล็ดพันธุ์เพื่อได้รับการแผ่รังสีอินฟราเรดอย่างทั่วถึงในระหว่างกระบวนการจัดการแมลงศัตรู

นักวิจัยยังบอกด้วย การทดสอบต่อเนื่องมาถึงตอนนี้กว่า 8 เดือนแล้ว เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ผ่านการจัดการแมลงศัตรูด้วยเทคนิคการใช้รังสีอินฟราเรดยังไม่พบการเกิดมอดอีก ส่วนในเรื่องคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ (เปอร์เซ็นต์การงอก) ก็มีการทดสอบควบคู่พบว่า ไม่มีความแตกต่างจากข้าวเปลือกที่เป็นเมล็ดพันธุ์อ้างอิงในการนำไปเพาะปลูก ความแข็งแรงก็ใกล้เคียงกัน และยังพบว่า การทนทานต่อโรค เช่น เชื้อรา และแมลงศัตรูอื่นๆ ก็ดีขึ้นอีกด้วย ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อทดสอบการเพาะปลูกในพื้นที่ผลิตจริงร่วมกับทางหน่วยงานพันธมิตร เพื่อเก็บข้อมูลต่อไปด้วย 

ทดสอบเปอร์เซ็นต์งอกคุณภาพไม่แตกต่างจากเมล็ดพันธุ์อ้างอิง

ทั้งนี้ เครื่องกำจัดแมลงศัตรูในกระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวต้นแบบ สามารถทำงานได้ 150-200 กก./ชั่วโมง เดินเครื่องต่อเนื่องได้ โดยเป็นเทคนิคอินฟราเรดที่ใช้พลังงานจาก แก๊สแอลพีจี คิดเป็นต้นทุนการผลิตสำหรับการจัดการเมล็ดพันธุ์ข้าวอยู่ที่ประมาณ 30 สตางค์/กก. ใช้ทุนวิจัยสำหรับการพัฒนาเครื่องนี้อยู่ที่ 250,000 บาท เป็นเทคโนโลยีพร้อมใช้ที่รอต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ต่อไป

พบกับ “เครื่องกำจัดแมลงศัตรูในกระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ” และนวัตกรรมเทคโนโลยีการเกษตรจากงานวิจัยที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2564 (Thailand Research Expo 2021) วันนี้ -26 พฤศจิกายน ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องกำจัดแมลงศัตรูในกระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว โทร.081-544-4408 นักวิจัย



 
















ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...