ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

กระทรวง อว.ชู "โครงการทะเลไทยไร้ขยะ" ลงพื้นที่ภูเก็ตนำงานวิจัยสู่การปฏิบัติ ดึงเอกชน-คนพื้นที่มีส่วนร่วม หวังนำงานวิจัยยกระดับผลิตภัณฑ์เพิ่มช่องทางทำเงิน

 


รมว.อว. ลงพื้นที่ภูเก็ต ชู "โครงการทะเลไทยไร้ขยะ" นำงานวิจัยสู่การปฏิบัติ ดึงเอกชน-คนพื้นที่มีส่วนร่วม ปลื้ม U2T สร้างงานสร้างรายได้ ทำให้ชาวบ้านพอใจ สั่ง อว. เร่งนำงานวิจัยยกระดับผลิตภัณฑ์เพิ่มช่องทางทำเงิน

เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 64 ที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ศ.นพ.ดร.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. และคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยม  "โครงการทะเลไทยไร้ขยะ" ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ หรือ U2T ของมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ที่ดำเนินกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จากนั้นได้เข้าเยี่ยมชมสถานประกอบการที่ประสบผลสำเร็จในการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมพัฒนาประสิทธิภาพกระบวนการผลิต และเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ : แปรรูปเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ผลิตภัณฑ์สารสกัดโปรตีน และผลิตภัณฑ์สารสกัดคอลลาเจนจากอุตสาหกรรมการเลี้ยงหอยมุก และผลิตภัณฑ์กะเพราแปรรูป ภายใต้แผนงาน “ครัวไทยสู่ตลาดโลก” โดยการสนับสนุนทุนจาก วช. และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ที่บริษัท เมธีภูเก็ต จำกัด ,อินทรฟาร์ม และ ร้าน Blue Elephant Phuket



ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าวว่า ตนมาเยี่ยมชมอุทยานสิรินาถในวันนี้ เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการทะเลไทยไร้ขยะของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจาก วช. ซึ่งเป็นการเก็บขยะพลาสติกในทะเลและรอบทะเล โดยใช้โดรนสำรวจขยะทะเลและชายหาด เรือเก็บขยะทะเลแบบไร้คนขับ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ทดแทนการใช้พลาสติก โดยปัจจุบันงานวิจัยได้ดำเนินมาถึงขั้นมีความร่วมมือกับภาคเอกชน รวมถึงท้องถิ่นใน 12 ชุมชนแล้ว และกำลังจะขยายไปสู่พื้นที่อื่นๆ ถือเป็นการนำงานวิจัยลงสู่การปฏิบัติได้จริง เพื่อให้คนพื้นที่มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ท้องทะเลไทยและอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน 



รมว.อว.กล่าวต่อว่า ในส่วนของโครงการ U2T ตนขอชื่นชมมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตที่นำเอางานวิจัยและเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาช่วยชาวบ้าน เอาบัณฑิต นักศึกษา และมหาวิทยาลัยไปทำงานกับชุมชนอย่างเป็นระบบ ทำให้ชาวบ้านพึงพอใจมาก เพราะช่วยสร้างงานสร้างรายได้ และยังเรียกร้องให้มีโครงการนี้ต่อในปีต่อไป ซึ่งตนมองว่าชาวบ้านนี่แหละคือตัวบ่งชี้และพิสูจน์ได้ว่าโครงการนี้สามารถทำประโยชน์ให้กับคนในพื้นที่ได้มากน้อยเพียงใด พร้อมกันนี้ ตนได้สั่งการให้นำงานวิจัยของ อว. มาช่วยเกษตรกรยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น งานวิจัยของ วว. ทำสารสกัดมูลค่าสูงจากพืชผลการเกษตร ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น และมีความมั่นคงทางรายได้มากกว่าการพึ่งพาการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรแบบทั่วไปและการท่องเที่ยวเท่านั้น




ด้าน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. ได้รับมอบหมายให้บริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม ประเด็นด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยใช้ความรู้ การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อจัดการกับปัญหาท้าทายเร่งด่วนสำคัญของประเทศ ให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดย “แผนงานวิจัยท้าทายไทย ทะเลไทยไร้ขยะ” “การเพิ่มมูลค่าและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผลพลอยได้และของเหลือใช้จากอุตสาหกรรมการเลี้ยงหอยมุกสู่การต่อยอดเชิงพาณิชย์ในอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพและความงาม” และ “แผนงานวิจัยครัวไทยสู่ตลาดโลก”






พบว่า ได้ถ่ายทอดสู่การนำไปใช้ประโยชน์และต่อยอดเชิงพาณิชย์แล้ว ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ จะช่วยให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือในการขยายผลผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการเลี้ยงหอยมุกในพื้นที่ รวมทั้งลดปริมาณของเหลือทิ้งทางการเกษตร คือ เปลือกหอยมุก ช่วยสร้างโอกาสการในการต่อยอดงานวิจัยด้านผลิตภัณฑ์แปรรูปจากพืชผักสมุนไพรที่ใช้ในอาหารไทยชนิดอื่น ๆ อีกทั้งประชาชนทั่วไป ยังเกิดการรับรู้ และตระหนักถึงปัญหาขยะพลาสติกในทะเล” 

























ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

NIA กระทรวง อว. จับมือ 18 ภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” เดินหน้าปั้นเอสเอ็มอี/ สตาร์ทอัพหน้าใหม่จากภูมิภาค สู่ธุรกิจระดับประเทศ

  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศูนย์แบรนด์เคยู ( BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จำนวน 14 มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งของเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับประเทศ เปิดตัว “โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทยระดับภูมิภาค ( Thailand InnoBIZ Champion)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจากแพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” โดยการปั้นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพหน้าใหม่ใส่ใจนวัตกรรมจากภูมิภาคสู่ธุรกิจระดับประเทศ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของ อว. คือ การมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคน และการนำเอาองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์ ผนวกกับงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตก...

เจียไต๋ – สยามคูโบต้า จับมือร่วมพัฒนาโมเดลนวัตกรรมและโซลูชั่นยกระดับการปลูกพืชผักครบวงจร

  บริษัท เจียไต๋ จำกัด และ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการดำเนินการยกระดับองค์ความรู้ และนวัตกรรมการเพาะปลูกพืชผักอย่างมั่นคง เพื่อส่งเสริมศักยภาพการเพาะปลูกของไทย สร้างประโยชน์แก่เกษตรกร และธุรกิจภาคเกษตรด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการปลูกพืชผักอย่างครบวงจร ด้วยวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกันของสององค์กรที่มีความมุ่งมั่นในการยกระดับวงการเกษตรกรรมของไทยให้มีศักยภาพทัดเทียมนานาชาติ และส่งเสริมเกษตรกรไทย ตลอดจนผู้บริโภคให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน บริษัท เจียไต๋ จำกัด และ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด จึงผนึกกำลังเพื่อสร้างนวัตกรรมในการเพาะปลูก ควบคู่ไปกับการใช้เครื่องจักรกลและนวัตกรรมการเกษตร สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการเกษตรของไทย ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ เจียไต๋ พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ในการเพาะปลูกพืชผักตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ อาทิ การใช้เมล็ดพันธุ์คุณภาพ วัสดุอุปกรณ์ในการเกษตร ตลอดจนการวางแผนระบบต่างๆ เพื่อการเพาะปลูกที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการบริหารจัดการหลังการเก็บเกี่ยว ( post-harvest managemen...