ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ชูเอกลักษณ์อาหารประจำท้องถิ่นจังหวัด วช.- มทร.พระนคร เดินหน้า “ระบบ Smart Guide” ในเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ที่สมุทรสงคราม ขานรับนโยบายท่องเที่ยวเมืองรอง

 

ป้าน้อย เจ้าของบ้านริมคลองโฺฮมสเตย์ และ ดร.นิตินันท์ ศรีสุวรรณ นักวิจัย ออกมารับรองนักท่องเที่ยวด้วยน้ำตาลสดหอมหวานชื่นใจและขนมไทยๆ ทำจากมะพร้าวแสนอร่อย

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ลงพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม สนับสนุน กา รพัฒนาเทคโนโลยี “ระบบไกด์อัจฉริยะ”(Smart Guide) ในเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอาหาร โดยนักวิจัย จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน แบบ Smart tourism และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง ในยุค New Normal 

ท่องเที่ยวชุมชนสร้างสรรค์ ตามเส้นทางมะพร้าว-อาหารท้องถิ่นเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยว จ.สมุทรสงคราม

วันที่18 พฤศจิกายน 2564 ที่วิสาหกิจชุมชนบ้านริมคลองโฮมสเตย์ อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยทีมนักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร นำโดย ดร.นิตินันท์ ศรีสุวรรณ และคณะ ลงพื้นที่ต่อยอดผลผลิตงานวิจัย จากโครงการการพัฒนาเทคโนโลยีระบบไกด์อัจฉริยะในเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอาหาร เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรสงคราม ชูเอกลักษณ์ด้านอาหารในแต่ละท้องถิ่นของจังหวัด พลิกฟื้นชุมชน และจังหวัด หลังสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 โดยใช้วิจัยและนวัตกรรมอย่างยั่งยืน


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า วช.ในฐานะหน่วยงานบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม มุ่งสนับสนุนและขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อตอบโจทย์ประเด็นสำคัญและเร่งด่วนของประเทศ ทั้งในมิติวิชาการ นโยบาย ชุมชนสังคม และพาณิชย์ สำหรับแผนงานวิจัย “การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง” ที่ วช.ให้การสนับสนุนแก่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ทั้ง 9 แห่ง เป็นการเชื่อมการใช้ประโยชน์ และหนุนเสริมการขยายผลงานวิจัยสู่การพัฒนาชุมชนการท่องเที่ยวจังหวัดเมืองรอง โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เข้ามามีผลกระทบ ทำให้ทราบว่า งานวิจัยและนวัตกรรม สามารถเข้ามาสนับสนุนและตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรและประชาชนได้เป็นอย่างดี นับเป็นการยกระดับและฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง

ป้าเพียงใจ เซียนปาดตาลสาธิตการเก็บเกี่ยวน้ำตาลจากช่อดอกอ่อนของมะพร้าวน้ำหอม



กระบวนการทำน้ำตาลมะพร้าว

โครงการวิจัยนี้ต่อยอดมาจากโครงการในปีแรก (การพัฒนาสื่อดิจิทัล 3 ประเภท อาทิ แอปพลิเคชัน Go Samutsongkhram) โดยมีแนวคิดการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และสื่อดิจิทัล เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ตามแผนงานการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง โดยตระหนักว่า จังหวัดสมุทรสงครามมีผลผลิตทางการเกษตร และอาหารที่มีชื่อเสียงโดดเด่นหลายอย่าง สามารถนำมาพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในแนวคิด “การท่องเที่ยวเชิงอาหาร” ได้ ซึ่งครอบคลุมกับเศรษฐกิจอื่น ๆ อาทิ การเกษตร การประมง และการบริโภคสินค้าจังหวัด นักวิจัยได้ออกแบบเส้นทางอาหารที่น่าสนใจ พร้อมชุดข้อมูลอาหาร ถ่ายทอดเป็นเรื่องเล่า (Story telling) ช่วยเพิ่มมูลค่าอาหาร ประกอบด้วย 3 เส้นทาง คือ เส้นทางพืชผลทางการเกษตรแลชุมชนเกษตรท่องเที่ยว ที่ปรากฏผลิตผล อาทิ มะพร้าว ส้มโอ ลิ้นจี่พันธุ์ค่อม และใบชะครามจากนาเกลือ เส้นทางปลาทูและอาหารทะเลชายฝั่งของดีเมืองแม่กลอง อาทิ กะปิคลองโคน หอยหลอด และสุดท้าย คือ เส้นทางขนมหวานเมืองสมุทร ที่ดึงจุดเด่นและเรื่องเล่าของขนมหวานที่ทำจากน้ำตาลมะพร้าว ซึ่งทั้งสามเส้นทางล้วนสอดแทรกเอกลักษณ์ของจังหวัดสมุทรสงครามไว้ทั้งสิ้น


เมนูสาธิตจากนำ้ตาลมะพร้าว ผัดไทกุ้งสด


การทำขนมมงคล (ขนมต้ม) โดยมีมะพร้าวเป็นส่วนประกอบสำคัญ

ดร.นิตินันท์ ศรีสุวรรณ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการท่องเที่ยว คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ในฐานะหัวหน้าโครงการ เผยว่า จากการวิจัยและออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวแล้ว จึงได้ผลิตผลจากการวิจัย คือ ระบบเทคโนโลยีไกด์อัจฉริยะ และระบบ AR ชุดข้อมูลอาหารท่องเที่ยว ที่เป็นรูปธรรม สามารถตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนและเกษตรกร ในการใช้เทคโนโลยีประกอบอาชีพในยุคดิจิทัล และช่วงการระบาดโรคโควิด-19 ที่ต้องลดการสัมผัส และเว้นระยะห่างทางสังคม โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มชุมชน เกษตรกร หน่วยงานระดับจังหวัด ได้แก่ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรสงคราม หน่วยงานระดับท้องถิ่น ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบล ธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหาร รวมทั้งนักท่องเที่ยว ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นับเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานรากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชุมชนสามารถต่อยอด เพื่อสร้างรายได้ทางอื่นได้อีก เช่น การจำหน่ายสินค้าออนไลน์ การสร้างสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐ ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีไปสนับสนุนโครงการ/นโยบาย เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้การท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือนภายหลังการเปิดประเทศจากสถานการณ์โควิด-19  

สำรับพื้นถิ่นขึ้นชื่อของจังหวัดโดยมีปลาทูแม่กลองและใบชะครามเป็นวัตถุดิบหลักที่สำคัญ


“ในอนาคต ต้องการถ่ายทอดองค์ความรู้และขยายผลการท่องเที่ยวชุมชนสร้างสรรค์ และเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวเมืองรองเพิ่มมากขึ้น ไปยังพื้นที่อื่น ๆ ในเขตภาคกลางตอนล่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งมีเอกลักษณ์แบบผสมผสาน ขณะนี้ระบบไกด์อัจฉริยะอยู่ในช่วงพัฒนาด้านเทคนิคให้สมบูรณ์พร้อมใช้ ส่วนชุดข้อมูลอาหารท่องเที่ยว ได้รวบรวมข้อมูลสำเร็จไปแล้วกว่า ร้อยละ 90 แม้จะวันหนึ่งโควิด-19จะหมดไปแล้ว แต่นวัตกรรมเหล่านี้ยังคงอยู่ และพัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับวิสาหกิจชุมชนบ้านริมคลองโฮมสเตย์ สามารถเป็นต้นแบบของความเข้มแข็งในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวิถีเกษตรได้” ดร.นิตินันท์ กล่าวเสริม

กิจกรรมการทำผ้ามัดย้อม สีได้จากกาบมะพร้าว


การสาธิตทำผลิตภัณฑ์จักสานจากทางใบมะพร้าว ตะกร้าและกระทงใบมะพร้าว

เทคโนโลยีระบบไกด์อัจฉริยะ ภายใต้ชื่อ “Samut Food smart guide by Rmutp” ทำหน้าที่ให้ข้อมูลเส้นทางการท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรสงคราม สามารถรับฟังคำบรรยายด้วยระบบเสียงและภาพ แบบ 3D ประกอบกับการใช้ ระบบ AR (Augmented Reality) เทคโนโลยีภาพเสมือนจริง ให้นักท่องเที่ยวสแกนผ่าน QR Code บนป้ายที่ติดตั้งตามจุดเส้นทางต่าง ๆ ให้สามารถเข้าถึงชุดข้อมูลอาหารที่มีชื่อเสียง ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ สินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนอีกจำนวนมากได้











 























ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...