ศ. (วิจัย) ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า วว. มีความเชี่ยวชาญและให้บริการตรวจวิเคราะห์ทางเคมีของกระท่อม ให้บริการทดสอบประสิทธิภาพและการประเมินความปลอดภัยด้วยมาตรฐานห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง ISO / IEC 17025 และ OECD - GLP โดยให้บริการวิเคราะห์ทดสอบ ได้แก่ การตรวจเอกลักษณ์โดย TLC ปริมาณสารสำคัญ การทดสอบการปนเปื้อนโลหะหนัก ได้แก่ ปรอท ตะกั่ว แคดเมียม สารหนู และการทดสอบปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์
คนไทยใช้ใบสดหรือใบแห้งกระท่อม นำมาเคี้ยว สูบ หรือชงเป็นน้ำชา รักษาอาการติดเชื้อในลำไส้ แก้ท้องเสีย ท้องร่วง บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ลดไข้ บรรเทาอาการไอ ทำให้นอนหลับ ทางภาคใต้ใช้ใบรักษาโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง สารสำคัญที่พบคือ ไมทราไจนีน (mitragynine) ซึ่งเป็นสารที่พบเฉพาะในพืชกระท่อมเท่านั้น มีฤทธิ์ระงับปวดได้คล้ายกับการใช้มอร์ฟีน แต่มีข้อดีกว่ามอร์ฟีนคือ ไม่กดระบบทางเดินหายใจ ไม่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน การบริโภคกระท่อมในปริมาณต่ำๆ จะออกฤทธิ์กระตุ้น ลดอาการเมื่อยล้า ทำงานได้นานขึ้น หากใช้ในปริมาณสูงจะมีฤทธิ์กล่อมประสาทและเสพติด และหากรับประทานเป็นเวลานาน อาจทำให้ท้องผูก นอนไม่หลับ คลื่นไส้อาเจียน ผิวหนังคล้ำลง บางรายอาจพบอาการแขนกระตุก อารมณ์ซึมเศร้า กระวนกระวาย ความดันสูง มีอาการทางจิต หวาดระแวง เห็นภาพหลอน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมการบริการวิเคราะห์ทดสอบคุณสมบัติทางเคมี ได้ที่ ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา วว. โทร. 0 2323
1672-80 ต่อ 221 , 0 2 577 9108 อีเมล mtc@tistr.or.th และ tanwarat@tistr.or.th หรือสอบถามงานบริการทดสอบประสิทธิภาพและการประเมินความปลอดภัย
ได้ที่ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร วว. โทร.
0 2577 9110, 0 2577
9106 อีเมล tox_service@tistr.or.th
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น