ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

“โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โป เอเชีย 2026” เปลี่ยนเกมเกษตรไทยสู่ B2B2C เชื่อมธุรกิจ–ตลาดโลก


 


โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โป เอเชีย 2026” คนร่วมงานคึกคัก เปลี่ยนเกมเกษตรไทยสู่ B2B2C เชื่อมธุรกิจ–ตลาดโลก ตั้งเป้าเงินสะพัด 250 ล้าน ดันมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 3,500 ล้าน มุ่งสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและธุรกิจเกษตรระดับเอเชีย


เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่และคึกคักสำหรับงาน “โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โป เอเชีย 2026” (TOYOTA FARM EXPO ASIA 2026) งานเกษตรแนวใหม่เพื่อผู้บริโภคครั้งแรกของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “From Transformation to Tomorrow”  โดยได้รับเกียรติจาก นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด ท่ามกลางประชาชน เกษตรกร ผู้ประกอบการ นักลงทุน นักวิจัย และคนรุ่นใหม่เข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น สะท้อนกระแสความสนใจต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคเกษตรไทย และโอกาสทางธุรกิจที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ งานครั้งนี้มุ่งสร้างพื้นที่กลางสำหรับ “เทคโนโลยี–นวัตกรรม–องค์ความรู้การค้า” พร้อมตั้งเป้าหมายสร้างมูลค่าการซื้อขายภายในงานกว่า 250 ล้านบาท และสามารถต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 3,500 ล้านบาท ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกร ผู้ประกอบการ เทคโนโลยี นักลงทุน และผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อผลักดันประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและธุรกิจเกษตรระดับเอเชีย


การจัดงานครั้งนี้เกิดจากการผนึกกำลังครั้งสำคัญของพันธมิตรจากทุกภาคส่วน นำโดย โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ในฐานะ Naming Sponsor พร้อมด้วย สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA, บริษัท ซี แอล พี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (CLP Engineering), การยางแห่งประเทศไทย (RAOT), ธนาคารออมสิน (GSB), คูโบต้า, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ FTI Thai MACH EXPO ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา นักวิจัย และผู้ประกอบการทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศร่วมขับเคลื่อนองค์ความรู้ เทคโนโลยี งานวิจัย นวัตกรรม แหล่งทุน และโอกาสทางธุรกิจ สร้าง Agricultural Ecosystem ที่เชื่อมโยงตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ นักลงทุน ไปจนถึงตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ สะท้อนพลังของทุกภาคส่วน สู่การสร้างระบบนิเวศเกษตรแห่งอนาคต เพื่อเปลี่ยนศักยภาพของไทยให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ และก้าวสู่เวทีธุรกิจเกษตรระดับเอเชีย


นายนรบดี ผดุงเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟาร์มเอ็กซ์โป จำกัด กล่าวว่า ความสำเร็จของการจัดงานในปีนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ‘โลกเกษตรกำลังเปลี่ยน’ สนับสนุนแนวคิด “From Transformation to Tomorrow” จากเดิมที่มุ่งเน้นเพียงการผลิต สู่การแข่งขันด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม การเข้าถึงตลาด และการสร้างมูลค่าเพิ่ม วันนี้เกษตรกรและผู้ประกอบการจึงต้องก้าวไปไกลกว่าการเป็นผู้ผลิต สู่การเป็น ผู้สร้างธุรกิจและนวัตกรรม ที่สามารถนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาต่อยอดให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ


เป้าหมายของฟาร์มเอ็กซ์โป คือ ร่วมกันขับเคลื่อนเกษตรไทย ไปเกษตรโลก เป็นพื้นที่กลางของอุตสาหกรรมเกษตร ที่เชื่อมโยงผู้มีส่วนสำคัญใน Ecosystem เข้าด้วยกัน ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ประกอบการ นักวิจัย Technology Provider นักลงทุน ไปจนถึงผู้ซื้อและพันธมิตรจากต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การเชื่อมต่อเทคโนโลยี การจับคู่ธุรกิจ และความร่วมมือที่นำไปสู่โอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ภายใน 3–5 ปีข้างหน้า เราต้องการผลักดัน ฟาร์มเอ็กซ์โป เอเชีย ให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งใน แพลตฟอร์มธุรกิจเกษตรสำคัญของภูมิภาคเอเชีย เป็นจุดหมายที่ผู้คนในอุตสาหกรรมเกษตรนึกถึงเมื่อต้องการค้นหา เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ สินค้าและตลาดใหม่ พันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงโอกาสในการลงทุนและขยายธุรกิจ เพื่อเชื่อมศักยภาพของเกษตรไทยสู่ตลาดโลกอย่างเป็นรูปธรรม”


หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของงาน คือ ARDA Agricultural International Forum 2026 เวทีระดับนานาชาติที่เปิดมุมมองอนาคตของ Agriculture, Food, Technology และ Sustainability รวบรวมผู้นำ นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และภาคธุรกิจจากไทยและต่างประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนประเด็นสำคัญ ตั้งแต่ Research & Innovation, Global Food Security, Climate Change, ASEAN Cooperation ไปจนถึง AI และเทคโนโลยีอาหารแห่งอนาคต โดยมี รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Thailand Agriculture  For Tomorrow” พร้อมผู้เชี่ยวชาญและผู้นำจากประเทศไทย ญี่ปุ่น จีน สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย รัสเซีย  และประเทศในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนการเชื่อมโยงอนาคตเกษตรไทยกับเทคโนโลยี การค้า ภูมิอากาศ ความมั่นคงและความยั่งยืนในระดับโลก



อีกหนึ่งกลไกสำคัญด้านธุรกิจคือ AGTX หรือ Agri Trade Exchange เป็นเวทีที่เชื่อมต่อโอกาสทางธุรกิจโดยตรง โดยเชิญผู้แทนและเครือข่ายจากหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น มาเลเซีย สปป.ลาว อินโดนีเซีย รัสเซีย คาซัคสถาน  และจีน มาแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการของแต่ละตลาด โอกาสทางการค้า พร้อมประเด็นหารือครอบคลุมตั้งแต่สินค้าเกษตร เทคโนโลยี การผลิต การแปรรูป Cross-border Trade สิ่งสำคัญคือ AGTX ไม่ได้ต้องการให้จบเพียงการพูดคุยบนเวที แต่ต้องการให้เกิด การพบปะ Business Matching และการเจรจาธุรกิจจริง ที่สามารถต่อยอดไปสู่การซื้อขายและความร่วมมือระหว่างประเทศได้



นอกจากนี้ภายในงานมีการจัดแสดงสินค้า บริการ และนวัตกรรมด้านการเกษตรกว่า 20 โซน จากผู้แสดงสินค้ากว่า 500 บูธ พร้อมตั้งเป้าผู้เข้าชมตลอด 4 วันประมาณ 65,000–70,000 คน ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องจักร เทคโนโลยี งานวิจัย ผลผลิตเกษตร อาหารแห่งอนาคต การแข่งขันนวัตกรรม AGRITHON by ARDA Live Pitching รอบ Final เฟ้นหานวัตกรรมเปลี่ยนงานวิจัยสู่การใช้งานจริง ผ่านการนำเสนอผลงาน การทดสอบแนวคิด การสร้างเครือข่ายกับภาคธุรกิจ เปิดโอกาสต่อยอดสู่การลงทุนในอนาคต อีกทั้งยังมีเวทีเจรจาธุรกิจ  อาทิ FTI Thai MACH EXPO รวมพลังเครื่องจักรกลการเกษตรที่ออกแบบและผลิตโดยคนไทย สะท้อนศักยภาพอุตสาหกรรมไทยและโอกาสในการขยายสู่ตลาดสากล การสร้างมูลค่าเพิ่มจากภาคเกษตร พบกับผลิตภัณฑ์เด่นจาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การปลูกข้าวญี่ปุ่นในประเทศไทย และพื้นที่เรียนรู้ “วิหารแห่งดิน” ที่นำเสนอองค์ความรู้ด้านดินและการจัดการทรัพยากร ขณะที่ Product Champion แห่ง Future Food นำเสนอศักยภาพ ไข่ผำไทย สู่ตลาดโปรตีนและอาหารแห่งอนาคต รวมถึง ตลาด ORGANIC ที่รวบรวมสินค้าเพื่อสุขภาพส่งตรงจากผู้ผลิต อีกทั้งยังมีโซนสร้างประสบการณ์และโอกาสใหม่ในภาคเกษตร อาทิ การแข่งขันคั่วกาแฟ โดยสมาคมกาแฟ, Fruit Day Exotic รวมผลไม้กว่า 1,000 รายการจากเกษตรกรไทย พร้อมกิจกรรมสร้างประสบการณ์ ตู้คีบทุเรียนยักษ์,ตู้กดผลไม้ชูใจ 1 บาทเรื่องราวของคนรุ่นใหม่ ลาออกจากงานประจำมาทำเกษตร ถ่ายทอดประสบการณ์จริงของผู้เปลี่ยนเส้นทางอาชีพ และสุราชุมชน ที่นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ สะท้อนภาพการเกษตรยุคใหม่ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผลิต แต่เชื่อมโยงไปถึงนวัตกรรม อาหาร การท่องเที่ยว วิถีชีวิต การลงทุน และธุรกิจอย่างครบวงจรนอกเหนือจากนิทรรศการและเวทีธุรกิจแล้วงานยังเต็มไปด้วยกิจกรรมความบันเทิงและ Lifestyle สำหรับผู้เข้าชมทุกวัย ทั้งกิจกรรมดนตรีจาก Yamaha การแสดงและกิจกรรมจากศิลปินตลอดจนกิจกรรมพิเศษจากมิวสิก อาบูซูลูและกิจกรรมภายในบูธของพันธมิตรตลอดทั้ง 4 วัน



พบกับ.. งานเกษตรแนวใหม่เพื่อผู้บริโภคครั้งแรกของประเทศไทยที่รวมทั้งเทคโนโลยี–นวัตกรรม–องค์ความรู้การค้าและแรงบันดาลใจไว้ในที่เดียว “โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โป เอเชีย 2026” (TOYOTA FARM EXPO ASIA 2026) จึงไม่ใช่เพียงงานมหกรรมสินค้าเกษตร แต่เป็นพื้นที่ที่รวบรวม “วันนี้ และอนาคต” ของภาคการเกษตรมาไว้ในสถานที่เดียว โดยงานจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 24-27 กันยายน 2569 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ฮอลล์ 5-8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี สอบถามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: FarmExpothailand, LINE OA: @farmexpo หรือ www.farmexpo.co.th  #ToyotaFarmExpoAsia2026 #FarmExpoAsia2026 #ฟาร์มเอ็กซ์โป #farmexpothailand #เกษตรกรรุ่นใหม่ #เกษตรกรไทยเกษตรกรไทย #ToyotaFarmExpo #นวัตกรรมเกษตร #farmtoFuture #AgricultureEcosystem










 









ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

NIA กระทรวง อว. จับมือ 18 ภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” เดินหน้าปั้นเอสเอ็มอี/ สตาร์ทอัพหน้าใหม่จากภูมิภาค สู่ธุรกิจระดับประเทศ

  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศูนย์แบรนด์เคยู ( BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จำนวน 14 มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งของเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับประเทศ เปิดตัว “โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทยระดับภูมิภาค ( Thailand InnoBIZ Champion)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจากแพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” โดยการปั้นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพหน้าใหม่ใส่ใจนวัตกรรมจากภูมิภาคสู่ธุรกิจระดับประเทศ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของ อว. คือ การมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคน และการนำเอาองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์ ผนวกกับงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตก...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...